สาเหตุของการไม่มีสมาธิ
๑. ขาดความสนใจในสิ่งที่ทำ
๒. สนใจในสิ่งที่ทำมากจนเกินไป
๓. สนใจหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน
๔. ความเป็นคนหัวดี ปัญญาดี ทำให้คิดไปที่อื่นเร็ว
๕. จิตครอบงำด้วยนิวรณ์

การสร้างนิสัยให้มีสมาธิในชีวิตประจำวัน
๑. สร้างนิสัย “ลงมือทำทันที”
๒. สร้างนิสัย “เรียนล่วงหน้า” มิใช่แค่ “เรียนตาม”
๓. สร้างนิสัยมุ่งมั่นว่า “ถ้าทำไม่เสร็จจะไม่ใส่ใจอะไรอื่น”
๔. จัดลำดับของเรื่องที่จะทำก่อนลงมือ
๕. หัดคิดทีละเรื่อง โดยให้เจาะลึกในเรื่องนั้นๆ อย่าผิวเผิน
๖. สร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะแก่การมีสมาธิ
๗. รู้จักพักเป็นช่วงๆ
๘. สร้างความเต็มใจและจริงใจที่จะทำสิ่งนั้นๆ
๙. พยายามหัดคิดในเรื่องสร้างสรรค์
๑๐. เลิกนิสัยมากเรื่องในการจะทำอะไรสักอย่าง

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน ได้แนะนำวิธีการทำสมาธิในห้องเรียนว่า
๑. หาที่นั่งที่สามารถมองเห็นครูและกระดานได้ชัดเจน
๒. เมื่อครูเดินเข้ามา ส่งจิตไปรวมที่ครูผู้สอน
๓. จับใจความให้ได้ตามที่ครูต้องการ
๔. เวลาว่างแทนที่จะนั่งคิดสิ่งอื่น ก็นำบทเรียนมาคิด
๕. ให้สติรู้ตัวทุกอิริยาบถ ในการทำ พูด

บันได 4 ขั้นสู่รักแท้

posted on 30 Jan 2009 22:27 by dektamdee

 

 

 

ท่าน ว.วชิรเมธี เตือนโจ๋เดินบันได 4 ขั้นสู่รักแท้ รักด้วยสมอง อย่ายึดกามารมณ์ อย่ายึดติด หวั่นผิดหวังเกิดโศกนาฏกรรม

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ท่าน ว.วชิรเมธี) ผอ.สถาบันวิมุตตยาลัย กล่าวเตือนเด็กและเยาวชนเนื่องในวันวาเลนไทน์ว่า ความรักนั้นเป็นได้ทั้งความสุขและความทุกข์ เป็นทั้งความหวังและสิ้นหวัง เป็นทั้งอนาคตและความมืดมิด ถ้าเรารักด้วยสมอง ความรักจะนำสิ่งดีๆ มาให้เรา ถ้าเรารักจนขึ้นสมอง ความรักจะนำสิ่งเลวร้ายมาให้แก่เรา

"ความรักจะเป็นสิ่งที่ล้ำเลิศ หรือความทุกข์ตรม ขึ้นอยู่กับว่ารักด้วยสมองหรือรักแบบขึ้นสมอง วันหนึ่งเมื่อรักไม่สมหวังในความรัก ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สมหวังในการดำเนินชีวิต รวมทั้งต้องไม่ยึดติดว่าความรักมีเพียงมิติเดียว คือ ความรักเชิงชู้สาวเท่านั้น แต่ความรักมีหลายมิติ เปรียบเสมือนบันไดต้องเดินขึ้นไปทีละขั้น จนถึงความหมายของความรัก นั่นคือ ความสุข ถ้ารักแล้วมีความทุกข์พัฒนาการของความรักยังไม่สมบูรณ์" ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าว

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวอีกว่า ขั้นบันไดแห่งความรักนั้นมี 4 ขั้น

ขั้นที่ 1 รักตัวกลัวตาย รักชนิดนี้ ถ้ามีมากๆ จะทำให้เกิดความเห็นแก่ตัว

ขั้นที่ 2 รักใคร่ปรารถนา อิงกับสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ ความรักชนิดนี้มีมากจะทำให้เกิดความลุ่มหลง กามารมณ์ หนุ่มสาวจะยึดความรักชนิดนี้เป็นที่พึ่งของชีวิต ยึดติดความใคร่มาใช้ในนามของความรัก จนกลายเป็นความโลภ คือ อยากจะครอบครองใครสักคนให้อยู่ในความควบคุมของเรา พอควบคุมไม่ได้ความรักก็กลายเป็นความร้าย เป็นโศกนาฏกรรม เช่น ทำร้ายคนรัก เผยแพร่คลิปคนรัก สาดน้ำกรดคนรัก เป็นต้น

ขั้นที่ 3 รักเมตตาอารี ให้เห็นคนทั้งโลกว่า เป็นมิตรแก่เรา

และขั้นที่ 4 รักมีแต่ให้ รักปัญญาชนไม่คิดจะทำร้ายใคร ไม่หวังผล ซึ่งความรักจะต้องพัฒนาจนปลายทางของความรักแท้ คือ ความกรุณารักที่จะเป็นผู้ให้

จาก น.ส.พ.คมชัดลึกนะครับ